วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560


บันทึกการเรียน  ครั้งที่  1
วัน  พุธ  ที่  11  เดือน  มกราคม  พ.ศ.  2560
เนื้อหา
-          คุณครูมีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ฝึกความสามารถการวาดภาพแบบง่ายๆ  โดยไม่ใช้ไม้บรรทัด
1.        ขีดเส้นตรง
2.        วาดรูปวงกลม
3.        ขีดเส้นสองเส้นโดยมีจุดตัดหนึ่งจุด
4.        วาดรูปสี่เหลี่ยม
5.        วาดรูปสามเหลี่ยม
6.        วาดรูปสี่เหลี่ยมและขีดเส้นตัดในรูปสี่เส้น
7.        วาดรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด
8.        วาดรูปสิบสองเหลี่ยม
9.        วาดรูปทรงกระบอก
10.      วาดรูปทรงลูกเต๋า



เด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Children with special needs )
เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ( Early Childhood with special needs )
ความหมายของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
1. ทางการแพทย์   จะเรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า “เด็กพิการ”
หมายถึง       เด็กที่มีความผิดปกติ มีความบกพร่อง สูญเสีย สมรรถภาพ อาจเป็นความผิดปกติ ความบกพร่องทางกาย การสูญเสียสมรรถภาพทางสติปัญญา ทางจิตใจ
2. ทางการศึกษา  ให้ความหมายเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่าหมายถึง
            เด็กที่มีความต้องการทางการศึกษาเฉพาะของตัวเอง ซึ่งจำเป็นต้องจัดการศึกษาให้ต่างไปจากเด็กปกติทางด้านเนื้อหา หลักสูตร กระบวนการที่ใช้ และการประเมินผล
สรุปได้ว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษหมายถึง
•          เด็กที่ไม่อาจพัฒนาความสามารถได้เท่าที่ควรจากการให้การช่วยเหลือ และการสอนตามปกติ
•          มีสาเหตุจากสภาพความ บกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์
•          จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้น ช่วยเหลือการบำบัด และฟื้นฟู
•          จัดการเรียนการสอนที่เหมาะกับลักษณะ  และความต้องการของเด็กแต่ละบุคคล

***คำนิยาม***
เด็กพิเศษ  หมายถึง  เด็กที่แตกต่างจากเด็กปกติ
ปรัชญาของเรียนรวม   All  Children  Can  Learn
พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
 พัฒนาการ
•          การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆรวมทั้งตัวบุคคล
•          ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ 
•          เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน
•          พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าน หรือทุกด้าน
•          พัฒนาการล่าช้าในด้านหนึ่งอาจส่งผลให้พัฒนาการในด้านอื่นล่าช้าด้วยก็ได้
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
•          ปัจจัยทางด้านชีวภาพ 
•          ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด     
•          ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด      
•          ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด 
สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. พันธุกรรม
•            เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิดหรือสังเกตได้ชั่วระยะไม่นานหลังเกิด  มักมีลักษณะผิดปกติแต่กำเนิดร่วมด้วย
Cleft Lip / Cleft Palate  ปากแหว่ง เพดานโว่
Albinism   โดนแดดไม่ได้, ตาแดงๆ
Neurofibromatosis  รักษาไม่หาย
ดาวซีนโดม
ธาลัสซีเมีย / เลือดจาง
 2. โรคของระบบประสาท
•           เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่มักมีอาการหรืออาการแสดงทางระบบประสาทร่วมด้วย 
•          ที่พบบ่อยคืออาการชัก
3. การติดเชื้อ 
•          การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ศีรษะเล็กกว่าปกติ อาจมีตับม้ามโต การได้ยินบกพร่อง ต้อกระจก
•          นอกจากนี้การติดเชื้อรุนแรงภายหลังเกิด เช่น สมองอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบได้บ้าง
 4. ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม
•           โรคที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขไทย คือ ไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ
5. ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด
•          การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย และภาวะขาดออกซิเจน
6. สารเคมี
•          ตะกั่วเป็นสารที่มีผลกระทบต่อเด็กและมีการศึกษามากที่สุด
•          มีอากาศซึมเศร้า เคลื่อนไหวช้า ผิวดำหมองคล้ำเป็นจุดๆ
•          ภาวะตับเป็นพิษ
•          ระดับสติปัญญาต่ำ
แอลกอฮอล์
•          น้ำหนักแรกเกิดน้อย
•          มีอัตราการเพิ่มน้ำหนักหลังเกิดน้อย ศีรษะเล็ก
•          พัฒนาการของสติปัญญาก็มีความบกพร่อง
•          เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
Fetal alcohol syndrome, FAS
•          ช่องตาสั้น  
•          ร่องริมฝีปากบนเรียบ
•          ริมฝีปากบนยาวและบาง  
•          หนังคลุมหัวตามาก
•          จมูกแบน 
•          ปลายจมูกเชิดขึ้น
นิโคติน
•          น้ำหนักแรกเกิดน้อย ขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์
•          เพิ่มอัตราการตายในวัยทารก
•          สติปัญญาบกพร่อง
•          สมาธิสั้น พฤติกรรมก้าวร้าว มีปัญหาด้านการเข้าสังคม
7. การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร
8. สาเหตุอื่นๆ
- อุบัติเหตุ
- หัวได้รับการกระแทก
- โดนเหล็กทิ่มที่หัว
อาการของเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
•          มีพัฒนาการล่าช้าซึ่งอาจจะพบมากกว่า 1 ด้าน
•          ปฏิกิริยาสะท้อน (primitive reflex) ไม่หายไปแม้จะถึงช่วงอายุที่ควรจะหายไป
แนวทางการวินิจฉัย เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. การซักประวัติ
•          โรคประจำตัว โรคทางพันธุกรรม
•          การเจ็บป่วยในครอบครัว
•          ประวัติฝากครรภ์ 
•          ประวัติเกี่ยวกับการคลอด      
•          พัฒนาการที่ผ่านมา     
•          การเล่นตามวัย การช่วยเหลือตนเอง   
•          ปัญหาพฤติกรรม   
•          ประวัติอื่นๆ
เมื่อซักประวัติแล้วจะสามารถบอกได้ว่า
•          ลักษณะพัฒนาการล่าช้าเป็นแบบคงที่ หรือถดถอย
•          เด็กมีระดับพัฒนาการช้าหรือไม่ อย่างไร อยู่ในระดับไหน
•          มีข้อบ่งชี้ว่ามีสาเหตุจากโรคทางพันธุกรรมหรือไม่
•          สาเหตุของความบกพร่องทางพัฒนาการนั้นเกิดจากอะไร
•          ขณะนี้เด็กได้รับการช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างไร
2. การตรวจร่างกาย
•          ตรวจร่างกายทั่วๆไปและการเจริญเติบโต
•          ภาวะตับม้ามโต 
•          ผิวหนัง
•          ระบบประสาทและวัดรอบศีรษะด้วยเสมอ
•          ดูลักษณะของเด็กที่ถูกทารุณกรรม (child abuse)
•          ระบบการมองเห็นและการได้ยิน
3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
4.การประเมินพัฒนาการ
•          การประเมินแบบไม่เป็นทางการ
การประเมินที่ใช้ในเวชปฏิบัติ
•          แบบทดสอบ Denver II
•          Gesell Drawing Test 
•          แบบประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุแรกเกิด - 5 ปี สถาบันราชานุกูล



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น