วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






บันทึกการเรียน  ครั้งที่  11
วัน  พุธ  ที่  22  เดือน  มีนาคม  พ.ศ.  2560
เนื้อหา

การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรมเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
•          เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน
•          ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด 
•          เน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach)
1. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
•          เพิ่มทักษะพื้นฐานด้านสังคม การสื่อสาร และทักษะทางความคิด
•          เกิดผลดีในระยะยาว
•          เน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เด็กสามารถใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆแทนการฝึกแต่เพียงทักษะทางวิชาการ
•          แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
    (Individualized Education Program; IEP)
•          โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะทาง โรงเรียนเรียนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน
2.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
•          การฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน
      (Activity of Daily Living Training)
•          การฝึกฝนทักษะสังคม (Social Skill Training)
•          การสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story)
 3. การบำบัดทางเลือก
•          การสื่อความหมายทดแทน (AAC)
•          ศิลปกรรมบำบัด (Art Therapy)
•          ดนตรีบำบัด (Music Therapy)
•          การฝังเข็ม (Acupuncture)
•          การบำบัดด้วยสัตว์ (Animal Therapy)
การสื่อความหมายทดแทน  (Augmentative and Alternative Communication ; AAC)
•          การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)
•          โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS)
•          เครื่องโอภา (Communication Devices)
•          โปรแกรมปราศรัย

Picture Exchange Communication System  (PECS)













บทบาทของครู
•          ตำแหน่งการนั่งของเด็กไม่ควรให้นั่งติดหน้าต่างหรือประตู
•          ให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู
•          จัดให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่ไม่ค่อยเล่น ไม่ค่อยคุยในระหว่างเรียน
•          ให้เด็กมีกิจกรรม เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
1. ทักษะทางสังคม
•          เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการพ่อแม่
•          การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
กิจกรรมการเล่น
•          การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
•          เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
•          ในช่วงแรกๆ เด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน  แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง
ยุทธศาสตร์การสอน
•          เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีเล่น  ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร
•          ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
•          จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
•          ครูจดบันทึก
•          ทำแผน IEP
การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
•          วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
•          คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
•          ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน
•          เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน “ครู” ให้เด็กพิเศษ
ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
•          อยู่ใกล้ๆ และเฝ้ามองอย่างสนใจ
•          ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
•          ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
•          เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
•          ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
•          ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน
•          ทำโดย “การพูดนำของครู”
ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
•          ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
•          การให้โอกาสเด็ก
•          เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
•          ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง
2. ทักษะภาษา
การวัดความสามารถทางภาษา
•          เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
•          ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
•          ถามหาสิ่งต่างๆไหม
•          บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
•          ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การออกเสียงผิด / พูดไม่ชัด
•          การพูดตกหล่น
•          การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง
•          ติดอ่าง
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
•          ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
•          ห้ามบอกเด็กว่า  “พูดช้าๆ”   “ตามสบาย”   “คิดก่อนพูด”
•          อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
•          อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
•          ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
•          เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
•          ทักษะการรับรู้ภาษา
•          การแสดงออกทางภาษา
•          การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
พฤติกรรมตอบสนองการแสดงออกทางภาษา


พฤติกรรมเริ่มการแสดงออกของเด็ก



ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
•          การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
•          ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
•          ให้เวลาเด็กได้พูด
•          คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
•          เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
•          เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
•          ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
•          กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
•          เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
•          ใช้คำถามปลายเปิด
•          เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
•          ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
การสอนตามเหตุการณ์  (Incidental Teaching)
คุณครูได้ขออาสาออกแสดงบทบาทสมมติสถานการณ์
  • ถ้าครูต้องการให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้าไปเล่นกับเด็กปกติ  จะต้องทำอย่างไร
  •  ถ้าครูต้องการให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษช่วยเหลือตนเองได้  จะทำอย่างไร




3. ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
เรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระให้มากที่สุด
การกินอยู่
การเข้าห้องน้ำ
การแต่งตัว
กิจวัตรต่างๆในชีวิตประจำวัน
การสร้างความอิสระ
•          เด็กอยากช่วยเหลือตนเอง
•          อยากทำงานตามความสามารถ
•          เด็กเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน เด็กที่โตกว่า และผู้ใหญ่
ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ
•          การได้ทำด้วยตนเอง
•          เชื่อมั่นในตนเอง
•          เรียนรู้ความรู้สึกที่ดี
หัดให้เด็กทำเอง
•          ไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น (ใจแข็ง)
•          ผู้ใหญ่มักทำสิ่งต่างๆให้เด็กมากเกินไป
•          ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่เด็กสามารถทำได้เองหากให้เวลาเขาทำ
•          “ หนูทำช้า ”  “ หนูยังทำไม่ได้ ”
จะช่วยเมื่อไหร่
•          เด็กก็มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไร , หงุดหงิด , เบื่อ , ไม่ค่อยสบาย
•          หลายครั้งเด็กจะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว
•          เด็กรู้สึกว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พึ่งได้ แต่ต้องได้รับความช่วยเหลือเฉพาะสิ่งที่เด็กต้องการ
•          มักช่วยเด็กในช่วงกิจกรรม
ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 2-3 ปี)


ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 3-4 ปี)


ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 4-5 ปี)


ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 5-6 ปี)


ลำดับขั้นในการช่วยเหลือตนเอง
•         แบ่งทักษะการช่วยเหลือตนเองออกเป็นขั้นย่อยๆ
•         เรียงลำดับตามขั้นตอน
การเข้าส้วม
•         เข้าไปในห้องส้วม
•         ดึงกางเกงลงมา
•         ก้าวขึ้นไปนั่งบนส้วม
•         ปัสสาวะหรืออุจจาระ
•         ใช้กระดาษชำระเช็ดก้น
•         ทิ้งกระดาษชำระในตะกร้า
•         กดชักโครกหรือตักน้ำราด
•         ดึงกางเกงขึ้น
•         ล้างมือ
•         เช็ดมือ
•         เดินออกจากห้องส้วม




สรุป
•         ครูต้องพยายามให้เด็กทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง
•         ย่อยงานแต่ละอย่างเป็นขั้นๆ
•         ความสำเร็จขั้นเล็กๆนำไปสู่ความสำเร็จทั้งมวล
•         ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในตนเอง
•         เด็กพึ่งตนเองได้ รู้สึกเป็นอิสระ
4. ทักษะพื้นฐานทางการเรียน
เป้าหมาย
•         การช่วยให้เด็กแต่ละคนเรียนรู้ได้ 
•         มีความรู้สึกดีต่อตนเอง
•         เด็กรู้สึกว่า “ฉันทำได้”
•         พัฒนาความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
•         อยากสำรวจ อยากทดลอง
ช่วงความสนใจ
•          ต้องมีก่อนการเรียนรู้อื่นๆ
•          จดจ่อต่อกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่งได้นานพอสมควร
การเลียนแบบ
การทำตามคำสั่ง คำแนะนำ
•          เด็กได้ยินสิ่งที่ครูพูดชัดหรือไม่
•          เด็กเข้าใจคำศัพท์ที่ครูใช้หรือไม่
•          คำสั่งยุ่งยากซับซ้อนไปหรือไม่
การรับรู้ การเคลื่อนไหว
•         ได้ยิน เห็น สัมผัส ลิ้มรส กลิ่น
•         ตอบสนองอย่างเหมาะสม
การควบคุมกล้ามเนื้อเล็ก
•          การกรอกน้ำ ตวงน้ำ
•          ต่อบล็อก
•          ศิลปะ
•          มุมบ้าน
•          ช่วยเหลือตนเอง
ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับเด็กพิเศษ
•          ลูกปัดไม้ขนาดใหญ่
•          รูปต่อที่มีจำนวนชิ้นไม่มาก
ความจำ
•          จากการสนทนา
•          เมื่อเช้าหนูทานอะไร
•          แกงจืดที่เรากินใส่อะไรบ้าง
•          จำตัวละครในนิทาน
•          จำชื่อครู เพื่อน
•          เล่นเกมทายของที่หายไป
การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
•         จัดกลุ่มเด็ก
•         เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
•         ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
•         ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง
•         ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
•         ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
•         บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
•         รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
•         มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
•         เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง
•         พูดในทางที่ดี
•         จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหว
•         ทำบทเรียนให้สนุก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น